Sound BlasterX G6: Hi-Res Gaming Dac and USB sound card

Last updated: Jan 13, 2019  |  1216 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความเก่า

สวัสดีครับ วันนี้ Admin จะพามาทำความรู้จักน้องใหม่จากทาง Creative กับ Sound BlasterX G6 : Hi-Res Gaming Dac and USB sound card ซึ่งเป็นน้องใหม่ที่มาพร้อมกับระบบ Dolby รองรับทั้ง PC และเครื่องเล่น Console ทุกรุ่นล่าสุดในปัจจุบันครับ

หน้าตาของกล่อง Package ภายนอกของ Sound BlasterX G6 มาในโทนสีดำ-แดง ตามแบบฉบับ Gaming ของ Creative และ ณ ตรงนี้ ทาง Admin ก็ขอออกตัวก่อนว่า การนำเสนอในบทความนี้ "เป็นการนำเสนอในด้านความรู้สึกจากการนำ Sound BlasterX G6 มาใช้งานส่วนตัว" กับการ Connect กับเครื่องเล่นเกม PS4 Pro เท่านั้น ในทางทฤษฎี หรือเชิงลึก จะไม่กล่าวถึงตรงนี้ เนื่องจากหลายสำนักได้มีการรีวิวเกี่ยวกับ Sound BlasterX G6 แบบละเอียด (ส่วนใหญ่นำเสนอในรูปแบบต่อกับ PC ทั้งนั้น)

หน้าตาด้านนอกของ Sound BlasterX G6 เรียกได้ว่าแฝดกันกับ Sound BlasterX G5 เลยก็ว่าได้จะต่างกันก็เพียงสีด้านนอก Sound BlasterX G6 จะออกโทนสว่างกว่าหน่อยและ Port USB ด้านหลังถูกตัดออกไป นอกนั้นก็เป็นเรื่องของรายละเอียด Hardware ที่ถูกอัพเกรดด้านในของตัว G6 เข้ามาแทนรุ่น G5

ด้านซ้ายเป็นช่อง 3.5 เชื่อมต่อหูฟัง,รองรับทั้งแบบ 3 และ 4 Pole(ที่มีไมค์ในตัว) ซึ่งถูกอัพเกรดจากตัว G5 ด้วย Xamp. พูดภาษาชาวบ้านคือเพิ่มกำลังให้หูฟังมากกว่า G5 นั่นแหละ กลม ๆ ตรงกลางเป็น Volume Control หลัก ส่วนด้านขวาสุดก็เป็นช่องเสียบไมค์แยกต่างหาก โดยลูกเล่นตรงนี้เปลี่ยนไปจาก G5 คือ

  • กด Volume หลักค้างให้ไฟสีแดงติด ไฟสถานะด้านขวา(ซ้ายสุดรูปไมค์) ติดจะเป็นการปรับระดับความดังไมค์จากตัว G6 เอง (ถึงเราจะปิดเสียงไมค์ในเครื่อง PS4 มันก็ยังดังหากไม่ปรับระดับด้วย Function นี้) เมื่อเทสเป็นที่พอใจก็กดค้างปล่อย , บางคนแกะกล่อง Sound BlasterX G6 มาจะงงตรงนี้ คิดว่า "ทำไม ไมค์เราไม่ดัง"

 
ไฟสีแดงตรงกลางติด ,เป็นการกดค้างเพื่อเปิดสถานะการตั้งค่าความดังไมค์ สำหรับ Sound BlasterX G6 
 
 
Port ด้านหลังของ Sound BlasterX G6 ถูกตัด USB Hub ออกไป "^^ 
  • ซ้ายสุดเป็น Optical in (ใช้กับสายที่แถมมา) ต่อจากหลัง PS4 Pro เข้ามาที่ Sound BlasterX G6 เพื่อใช้งานระบบเสียง Dolby หรือจะเป็น Analog 3.5 ปกติในกรณีที่ต่อรูปแบบอื่น
  • ช่องถัดมา Line Optical Out สามารถต่อแจ็ค 3.5 ไปยังแหล่งกำเนิดเสียงอื่น หรือเอาไว้ต่อกับลำโพงปกติทั่ว ๆ ไปก็ได้
  • ขวาสุด Micro USB port  (ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เปลี่ยนเป็น Type-C หนอ G6) เป็นช่องเชื่อมต่อสาย Micro USB ไฟเลี้ยงหรือ DATA Sync ให้กับ Sound BlasterX G6 ตามแต่รูปแบบลักษณะการเชื่อมต่อ (ในทุก ๆ รูปแบบการเชื่อมต่อ , ทั้ง PC และเครื่องเล่นเกม Console ต้องเสียบสายนี้เสมอ)

 
 
ด้านขวาของ Sound BlasterX G6 โชว์คำว่า DOLBY AUDIO หราเลยครับ ^^ 
 
 
ปุ่มทั้งสาม ยังคงเหมือนเดิมกับตัว Sound BlasterX G5 (เรียงจากซ้ายไปขวา)
 
  • Scout mode กดให้สถานะไฟสีขาวติด : โหมดซุ่มดักฟังเสียงเท้า (เหมาะกับเกมแนว FPS มาก ๆ , แอบโกงนิดๆ)
  • SBX คือโหมด Profile Effect เสียง : เป็นที่น่าเสียดายตรงที่ Sound BlasterX G6 มีเพียงแค่ 1 Profile (เสียง)เดียว กับแค่สถานะปิดและเปิด ซึ่งตัว G5 สามารถฝัง Profile ได้สูงสุดคือ 3/3 คือ เสียง Effect ที่ได้ยิน 3 แบบและเสียง Effect ไมค์ 3 แบบ กดปุ่มวนสลับใช้งานได้ด้วยตัว Hardware หลังจากปรับแต่งมาจาก Software บน PC , ตรงนี้ Admin แอบเสียดายที่ Sound BlasterX G6 ทำได้แค่ 1 Profile เสียงพร้อม Effect ไมค์ 1 เสียง ฝังในตัวได้ (ปรับได้ใน Software PC)
  • ขวาสุดคือ Low/High Gain เช่นเดิมกับตัว Sound BlasterX G5
 
 
อุปกรณ์ด้านในกล่อง Package ของ Sound BlasterX G6 มีพวกใบแนบต่าง ๆ และที่ต่างจาก Sound BlasterX G5 คือสาย Micro USB เปลี่ยนจากแดง เป็นดำล้วน ส่วนสาย Optical จะเป็นแบบ Mini Optical 3.5 to Normal Size Toslink  (ปลายข้างนึงจะแหลม ๆ เหมือนหัว 3.5)
 
 
ซึ่งตรงนี้ Admin ได้ทำการทดลองและสอบถามไปยังทาง EA , Eternal Asia แล้วว่าหัวแบบนี้ หาซื้อค่อนข้างยากในบ้านเรา ทำไม Creative ไม่มีแถมหัวแปลงมาให้ในกล่อง Package หนอ ? ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่ให้ความสำคัญเจ้าสาย ๆ นี้ แต่ Admin ขอบอกว่ามันคือ " หัวใจหลักของ Sound BlasterX G6 " หากจะต่อเสียงออก Dolby ให้เครื่อง Console ครับ
 
 
สาย Toslink ของ Audioquest ก็ใช้ได้ พอดีที่ปิยะนัสจัดโปรลด 20% (Admin เป็นสมาชิกมีลดอีก) ^^ เลยจัดมาที่ความยาว 1.5m เพราะอะไร ? 
 
 
ใครงบน้อยก็ใช้หัวแปลงสาย Optical หัวขนาดปกติเป็น Mini ก็ได้ (ในไทยมีขาย) Admin ได้มาหัวล่ะ 56.- ครับ ^^
 
 
 
เหตุผลที่ทาง Admin ต้องคิดเผื่อสาย Optical แถมเดิม ๆ อันเล็กกระจิ๋วของ Sound BlasterX G6 เพราะ !!! เวลาเชื่อมต่อด้านหลังเครื่อง PS4 Pro ด้านหลังร้อนมาก ๆ ระยะยาวหากสาย Optic เดิม ๆ หัก, ละลายหรือเสียหายไปก็ยังมีวิธีแก้ไขด้วยตัวเองได้คือ
 
  • ซื้อสายแบบมี Shield ใหญ่ ๆ มันซะเลย "^^
  • หรือซื้อสาย Optical ธรรมดาบ้าน ๆ ตามท้องตลาดมาแทน แล้วใช้หัวแปลงเป็น 3.5 อย่างที่บอกข้างต้นก็ได้เช่นเดียวกันครับ

 

รายละเอียดและ Spec หลักจากทางเว็บผู้ผลิต Sound BlasterX G6 < Click

Link Download Driver & Software Zone บ้านเรา < Click (สำหรับ Win10 64bit นะครับ)

  • System Test
  • Sound BlasterX G6
  • Playstation PS4 Pro
  • Monitor : MSI G24C 
  • Headphone : Kingston HyperX Earbuds
  • Headphone : Sony MDR XB950-B1 
 
System Test : ของ Admin ก็บ้าน ๆ เสมือนคนเล่นเกมปกตินี่แหละครับ โดยหูฟังทั้งสองผ่านการทดสอบเทียบกับ 3 USB Sound มาแล้วนั่นก็คือ
  • Soundblaster Play!3
  • SoundblasterX G1
  • SoundblasterX G5
 
เล็กสุดทั้งสองรุ่น Play!3 และ G1
 
 
แฝดผู้พี่ Sound BlasterX G5
 
ที่นี้เรามาเข้าเรื่องกับ Sound BlasterX G6 ซึ่งหลาย ๆ ท่านพอจะทราบสรรพคุณกับการเชื่อมต่อกับ PC แล้วว่าพลังเสียงที่ได้แทบจะเรียกได้ว่าได้เปรียบรุ่นเก่ากว่าอย่าง Sound BlasterX G5 ที่แน่น่อนหลัก ๆ คือ Sound BlasterX G6 สามารถถอดรหัสเสียง Dolby ได้นั่นเอง
 
 
หาก Sound BlasterX G6 ทำงานที่สถานะถอดระบบเสียงแบบ Dolby ไฟสีขาวตรงกลางจะติด
 
ส่วนเจ้า Dolby มันดียังไง Admin ของสรุปแบบบ้าน ๆ เข้าใจง่ายคือมันคือภาวะเสียงโอบล้อม, เสียงรอบทิศทางที่มีมากกว่าเดิม และ impact เบสแน่นกว่าแบบ 2.0 ธรรมดาทั่วไป (กรณีเล่นเกมและดูหนังจะสัมผัสได้ถึงจุดนี้) มั๊งนะ ^^
 
 
หน้าตา Software หลักของ Sound BlasterX G6 เปลี่ยนไปจากตัว G5 แต่คล้าย ๆ กัน (ไปคลำเอาเองไม่ยาก) ที่สำคัญ Logo บนตัว Sound BlasterX G6 สามารถตั้งสี RGB (ตามสมัยนิยมได้ด้วยนะเอ๊อ ! แต่บน PC เท่านั้นนะ) ย้ายไปเสียบบน Console อื่น ไม่จำสีที่ตั้งไว้ครับ
 
 
ภาพจำลอง Scout Mode สามารถกดเปิดใช้งานได้บนตัว Sound BlasterX G6 
 
 
รูปแบบการเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเกม PS4 (Pro ต้องใช้สาย Optical Toslink ร่วมกัน Micro USB) เพื่อรองรับ Mode Dolby เท่านั้น , เครื่องรุ่นที่ไม่มี Port Optical Out หรือ Slim หมดสิทธิจ๊า ส่วน Xbox One ก็ต่อลักษณะเดียวกันนี้
 
 
การเชื่อมต่อกับ Nintendo Switch (ตัว Sound BlasterX G5 ไม่รองรับ, ตามทฤษฎีนะ)
 
 
ส่วนการเชื่อต่อกับ PC หรือ PS4 ตัวอ้วนและ Slim ทำได้ด้วย Micro USB เหมือนกับ PC , ส่วนเครื่อง Console สถานะการใช้งานจะเป็นเพียงแค่ 2.0 เท่านั้น(สำหรับเครื่องที่ไม่มีการเชื่อมต่อ Optical cable)
 
 
ข้อความจากทาง Creative คร่าว ๆ คือหากคุณจะต้องการ Dolby ไปยังเครื่องเล่นเกม Console / Available Optical Out Port (for Dolby Digital decoding) คือต้องต่อสาย Optical เพิ่มด้วยเท่านั้นนะเอ๊อ
 
 
อันนี้ Admin แอบใช้ google แปลเป็นไทยให้ ^^
 
ก็น่าจะจบไปกับหลายคำถามคาใจว่า Sound BlasterX G6 มันถอดเสียง หรือเล่นเสียง Dolby กับเครื่องเล่นเกม Console ได้ไหม คำตอบคือ " ด้ครับ แต่ต้องใช้สาย Optical ร่วมด้วย
 
  • ความเห็นส่วนตัว Admin เมื่อ Sound BlasterX G6 เทียบกับอีก 3 รุ่นข้างต้นเป็นยังไง
  • Sound BlasterX G6 สภาวะเสียงในเกม , เสียงจากหูฟังเดิมที่เคยใช้ รายละเอียด เสียงโอบล้อม (เสียงปลอกกระสุนตก) เสียงเบส มันแน่นกว่าทั้ง 3 รุ่น รวมทั้ง Sound BlasterX G5 มากพอสมควร
  • แบบไม่อวย Sound BlasterX G6 เสียงอลังมากกว่าเดิมพอตัวเลย , แต่ด้วยราคาค่าตัวถามว่าสมควรไหมอันนี้ก็ต้องไปเปรียบเทียบกันเอาเองนะ
  • แต่ข้อแปลกใจสำหรับ Sound BlasterX G6 ในโหมด Dolby ขณะเปิด Scout mode , Admin (ส่วนตัวว่าสู้ Sound BlasterX G5) ไม่ได้ เพราะเหมือนมันหลอก ๆ เสียงบางเสียงมันขาดหายไป , ยังไม่ได้มีโอกาสลอง Sound BlasterX G6 ในโหมด 2.0 แบบเปิด Scout Mode (โดยไม่ต่อ Optical) "^^

Spec เทียบ Sound BlasterX G6, G5, G1

 

การตั้งค่าภายในเครื่อง PS4 Pro ของทาง Admin

สถานะหลังจากการเชื่อมต่อ Sound BlasterX G6 กับ PS4 Pro

กับอีกคำถามว่าทำไม Admin เปลี่ยนสาย Optical และ Micro USB , เสียงมันดีขึ้นหรือ? จริง ๆ ส่วนตัวคือกลัวสายเดิมละลายกับอยากได้สายที่ยาวขึ้นกว่าเดิม เพราะมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับตัว Sound BlasterX G5 สาย Micro USB เดิมเขี้ยวหลวมง่ายมาก (Port ไม่ได้หลวมนะ)เลยจับเปลี่ยน ๆ มันซะงั้นแหละ  ส่วนเรื่องแนวเสียงว่าดีขึ้นไหมอันนี้ No comment ครับ 

Logo X สีแดงตรงกลาง จะแสดงไฟเป็นสีแดง(เดิม) กับการเชื่อมต่อผ่านเครื่องเล่นเกม console , ส่วน PC สามารถเปลี่ยนลูกเล่นไฟ RGB ได้ ส่วนไฟที่ Volume หลักของ Sound BlasterX G6 จะเป็นสีขาวอมฟ้า ต่างกับตัว Sound BlasterX G5 ที่เป็นสีแดงสีเดียว

 
Sound BlasterX G6 ส่วนตัว Admin นำเสนอมาจากการใช้งานส่วนตัวและ System ทั่วไปที่หลายท่านก็จับต้องได้ ส่วนคำถามว่า Sound BlasterX G6 ดีไหม อันนี้ก็อยู่ที่กำลังและความลงตัวของแต่ละคนครับ 
 
แล้วการเชื่อมต่อหูฟังแบบเดิม ๆ กับเครื่องเล่นเกม Console ต่าง ๆ ในการเลือกที่จะใช้บริการเสียงผ่าน Sound BlasterX G6 จำเป็นและแตกต่างจากเดิมไหม Admin ขอสรุปรวบ ๆ เลยแล้วกันว่า 
 
  • Sound BlasterX G6 ทำให้การเชื่อมต่อและรับฟังโดยรวมมีมิติขึ้น สภาวะโอบล้อมและเสียงต่าง ๆ ชัดเจนแบบจับต้องได้ ต่างจากการรับฟังด้วยหูฟ้ง 2.0 เดิม ๆ (ส่วนใครจะว่าหลอน หรือหลอกก็แล้วแต่การตัดสินใจและความชอบ) แต่ส่วนตัว Admin ขอบอกว่า " มันก็ดีกว่าไม่มีนะ " เพราะได้ลองเอง ใช้เอง ใช่ว่า " ฟังเค้ามา " หรือ " เค้าว่ามา
  • Sound BlasterX G6 ทำให้การเล่นเกมสนุกขึ้น และอาจรวมถึง ทำให้รู้สึกอินกับตัวเกมมากกว่าเดิมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเสียงต่าง ๆ ที่ชัดเจน เสียงฝีเท้า เสียงปลอกกระสุนตก เสียงรอบ ๆ ตัวบางเสียงที่เหมือนไกล กลับฟังเหมือนใกล้ขึ้น (หมายถึงสถานะ Dolby) เสียงรายละเอียดแหลมที่ทอดไปไกลกว่าเดิม และเสียงเบสที่ลงได้ลึกมากจริง ๆ ครับ
  • ตัวอย่างจากเกม COD BO4 เสียงรอบทิศทางนี้แปลกหูไปจากที่เคยได้ยิน , GT Sport เสียงเพลงประกอบ รายละเอียดโดยเฉพาะ ตอน Re-play ดูตอนเราวิ่งเสร็จ เสียงรถวิ่งกับเพี๊ยวฟ๊าวกว่าตัว G5 มาก 
  • Sound BlasterX G6 ทำให้ตัวหูฟังเดิม ๆ ขับคุณภาพเสียงออกมาได้ดีกว่าเดิมมาก ๆ (หลายสำนักกล่าวไว้ว่าเกือบ 20-30%) หากเทียบ Sound BlasterX G6 กับตัว Sound BlasterX G5 อันนี้ทาง Admin ส่วนตัวก็คิดว่าก็น่าจะประมาณนั้นแหละ
 
คำแนะนำส่วนตัวจากการใช้งานจริงของ Admin :
 
  • งบน้อย พอเพียง เล่นตัว Play!3 ก็พอ (มีทั้งรูหูฟัง 4 Pole และรูไมค์แยกด้วย) ส่วนตัวว่าแนวเสียงไม่ต่างกับตัว G1 มาก ในแง่ของ PS4 Pro ที่ใช้งานมา ที่ตัดไปก็คือ Option จำลองเสียงรอบทิศทางใน Software หากเชื่อมต่อ PC (ไม่มีผลกับการต่อเครื่อง Console)
  • G1 เป็นบัคกับบางเครื่องเล่นเกม Console ที่เสียบคาไว้มีอาการหา Device ไม่เจอหรือเสียงไม่ออก ต้องถอดออกเสียบใหม่ถึงใช้งานได้ แต่เสียงที่ได้รับและลูกเล่นจาก Software หากต่อ PC มี Profile ให้เลือกใช้งานได้มากกว่า Play!3 (ถามว่าดีกว่าไหม ส่วนตัวว่า "นิดนึง") หากเทียบกับตัวแรก
  • G5 มี 3/3 Profile (Effect เสียงและไมค์ Build in ยกไปเสียบเครื่องไหนก็จำค่า) ตอนนี้ราคาลงมามากด้วย (เห็นมีสามพันปลาย ๆ) ^^ น่าจัดมาก หากลังเลว่าจะเล่น G5, หรือ G6  (ข้อดีของตัว G5 คือมี Profile ฝังในตัวได้ 3/3 นี่แหละ) ใช้งานร่วมกับ PC ด้วย จะได้เปรียบตรงนี้มากกกว่าทุกรุ่น
  • G6 มี Dolby จำลองเสียงได้ , เสียงอลังการ, เสียงโอบล้อมที่แปลกหูขึ้น, กำลังที่มากขึ้น เพิ่มประสบการณ์การเล่นเกมและเสียงที่ไม่เคยได้ยิน ขนาด HyperX earbuds ยังมี Upper Bass เพิ่มขึ้นมาได้ ส่วน MDR XB950-B1 ต่อแบบ Analog ผ่านสาย 3.5 (Mode Bass Effect Off ) ยังเบสแน่นเหมือนกับเปิด Bass ใน Mode bluetooth เลยครับ
  • ส่วนรายละเอียดอื่น อันนี้ก็อยู่ที่ System ของแต่ละท่านและความพร้อมในการตัดสินใจแล้วครับ
 
ทิ้งท้ายการบทความ : Sound BlasterX G6: Hi-Res Gaming Dac and USB sound card กับ PS4 Pro ข้างต้น  Admin อยากให้ลองมองและถามตัวเองว่าเราไหวไหม? ถ้าไหวก็จัดไป แต่ถ้ามันยังไม่ใช่ เราก็ทำเท่าที่มีกำลัง เราเล่นเกมครับ ไม่ใช้วิ่งจับ Hardware , แพงที่สุด ไม่ใช่ว่าจะดีหรือเหมาะที่สุดสำหรับทุกคน  "ชอบเค้า ชอบเรามันไม่เท่ากัน"  แต่ถ้าคันยิ๊บ ๆ และอยากเสียตังค์ ก็จัด Sound BlasterX G6: Hi-Res Gaming Dac and USB sound card เลย ณ บัดดล !!!

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่เปิดโอกาสแวะเวียนเข้ามา ผ่านทางหน้าเว็บของเรา ณ ที่นี้จากใจจริงครับ
 
www.openitz.com

โดยทางเว็บของเรา น้อมรับและยินดีรับฟัง Feedback ทุกกรณี เพื่อการปรับปรุงที่ดีขึ้นในอนาคต

สามารถแจ้งเหตุขัดข้องและความไม่สะดวก รวมถึงข้อเสนอแนะทุกอย่างได้ทาง Contact us < Click

Y.C.Service Shop : Main Sponsor

Pantip Ngamwongwan

Room 4129/4083, 69/21,69/23 Moo 2 Nganwongwan Rd.,Bangkhen, Muangnonthaburi, Nonthaburi 11000

Tel. Room 4129 02-953-5422 : 095-7866886

Tel. Room 4083 02-952-5971

Palladium World, 5th Floor, Room IT5 30 Ratchaparob Road, Ratchathewi, Bangkok, Thailand 10400

Tel. 02-250-6168 : 080-6105874
 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com